Content

5 ประโยชน์และหน้าที่ของ PACKAGING

5 ประโยชน์และหน้าที่ของ PACKAGING

Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์นั้น เป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของเราได้ แต่คนส่วนใหญ่มักมองว่าการพัฒนาหรือทำ Packaging ให้ดูดีสวยงามนั้นเป็นการเพิ่มต้นทุนและผลักภาระให้กับผู้บริโภค ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการอาจคิดไม่ถึง นั่นก็คือ Packaging สามารถทำการตลาดแทนเราได้ สื่อสารแทนเราได้ และมีประโยชน์อีกมากมาย เพราะบรรจุภัณฑ์คือการใช้แนวคิดสร้างสรรค์ เพื่อออกแบบวัสดุที่นำมาใช้บรรจุสินค้าให้มีความเหมาะสมกับสินค้า สะดวกต่อการเก็บรักษาและขนส่ง วันนี้ Never Seen Before จะมาบอกถึงประโยชน์ของ Packaging ให้ฟังกัน  

1.ปกป้องและป้องกัน (Protect)

การออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้น ไม่ใช่แค่ทำออกมาให้ดูสวยงามอย่างเดียว แต่ Packaging ที่ดี จะต้องสามารถปกป้องสินค้าที่อยู่ภายในไม่ให้เกิดความชำรุด เสียหาย และทำให้สินค้าภายในคงสภาพเดิมมากที่สุด

   

2.สื่อสารและให้ข้อมูล (Inform)

การที่บรรจุภัณฑ์มีข้อมูลที่ชัดเจน ภาพประกอบที่โดดเด่น และผู้บริโภคสามารถเข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นว่าสินค้าคืออะไร จะทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการซื้อ ตัวอย่างข้อมูลที่สำคัญ เช่น ชื่อสินค้า ภาพประกอบ คุณประโยชน์ แหล่งผลิต ส่วนประกอบสำคัญมีอะไรบ้าง วันหมดอายุ หรือข้อมูลทางโภชนาการต่างๆเป็นต้น

   

3.ดึงดูดความสนใจ (Consumer Appeal)

สินค้าใหม่นั้นเกิดขึ้นมาในท้องตลาดตลอดเวลา การที่จะทำให้สินค้าโดดเด่นและน่าซื้อนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น Packaging มีอิทธิพลอย่างมหาศาลที่จะเป็นเหมือนแม่เหล็กในการดึงดูดสายตาและความสนใจให้ผู้บริโภคลองหยิบสินค้าขึ้นมาดู ฉนั้นถ้า Packaging สวยและน่าสนใจก็อาจเป็นแรงดึงดูดให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดความสนใจเช่น วัสดุ รูปร่าง รูปทรง ขนาด และที่สำคัญต้องดีและมีคุณภาพเพื่อเกิดการใช้ซ้ำและบอกต่อ

   

4.เพิ่มกำไรและสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added)

นอกจากการทำหน้าที่ปกป้องสินค้าให้คงอยู่สภาพเดิมจากโรงงานแล้ว อีกหนึ่งสิ่งนั่นก็คือสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเราได้ บางครั้งการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความแปลกใหม่จากท้องตลาดนั้นสามารถเพิ่มมูลค่าให้บรรจุภัณฑ์ของเราเป็นที่จดจำและเป็นที่ต้องการของตลาดได้ การที่ Packaging สวยก็อาจทำให้ลูกค้าไม่ได้สนใจว่าข้างในนั้นเป็นสินค้าอะไรแต่ซื้อเพราะ Packaging สวยและสามารถนำไปเป็นของฝากได้ สิ่งนี้จึงทำให้เห็นว่า บรรจุภัณฑ์ที่ดีและสวยงามก็ช่วยเพิ่มกำไรให้เราได้เช่นกัน

   

5.โปรโมชั่น (Promotion)

ข้อนี้เป็นข้อดีของการตลาด เพราะ Packaging สวยสามารถถูกสร้างขึ้นตามเทศกาล หรือวันสำคัญได้ เช่นวันปีใหม่ วันสงกรานต์ โดยอาจจัดเป็นรวมสินค้าหลายๆ ชนิดเข้าด้วยกันและสร้าง Packaging ขึ้นเพื่อให้ดึงดูดใจ มอบส่วนลด และสร้างยอดขายให้สูงขึ้นในแต่ละเทศกาล

  และนี้คือ 5 ประโยชน์และหน้าที่หลักของ Packaging เห็นถึงประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์แล้ว ดังนั้นราควรให้ความสำคัญและใส่ใจกับการออกแบบ Packaging ให้มากๆ หากกำลังสนใจที่จะออกแบบ Logo หรือ Packaging สามารถมาสอบถามหรือขอคำแนะนำจาก Never Seen Before ได้เลยนะครับ เรายินดีให้คำปรึกษาในการออกแบบ Logo และ Packaging ครับ
Read
10 ไอเดีย การเลือกใช้สีให้เมาะกับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์

10 ไอเดีย การเลือกใช้สีให้เมาะกับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีนั้น นอกจากใช้วัสดุที่ดี มีคุณภาพ และสามารถปกป้องตัวสินค้าได้แล้ว สิ่งที่ต้องใส่ใจไม่แพ้กันก็คือ องค์ประกอบของการเลือกใช้สี เพราะสีที่เราเห็นล้วนแล้วมีอิทธิพลต่ออารมณ์ ความคิด และความรู้สึกของเรา ดังนั้นเราควรคำนึงและเลือกใช้สีให้เหมาะสบสำหรับการออกแบบ วันนี้ Never Seen Before จะมาแนะนำการเลือกใช้สีให้เหมาะสมกับบรรจุภัณฑ์ของเรา โดยสีแต่ละสีจะให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างไรบ้างเราลองมาดูกัน    

1.สีแดง

สีแดงคือสีแห่งอำนาจ แสดงถึงพลัง ความดุดันและรุนแรง สีแดงเป็นสีที่กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทได้ดีที่สุด เพราะสีแดงให้ความรู้สึกเร้าใจ ตื่นเต้น ท้าทาย รุนแรง กระแทก สีแดงจะสะดุดตาเมื่อแรกเห็น ดังนั้นสีนี้จึงเป็นสีที่ดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการสื่อถึงพลัง ความรุนแรง และรวดเร็ว

   

2.สีส้ม

สีส้มคือสีแห่งความร่าเริง เป็นสีที่ดูทันสมัย สดใส กระฉับกระเฉง และความรู้สึกที่เป็นอิสระ สีส้มยังเป็นสีที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ ความอบอุ่นสดใส เต็มเปี่ยมด้วยปัญญา ความทะเยอทะยาน และมีพลัง แต่ก็เป็นสีที่แสดงถึงความรอบคอบ สีส้มจึงเหมาะกับสินค้าที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย เพราะจะทำให้รู้สึกถูกกระตุ้นตลอดเวลา

   

3.สีเหลือง

สีเหลืองคือสีแห่งความสุข ความรื่นเริง ส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับสติปัญญา ความคิดที่แสดงถึงความหยั่งรู้และเป็นสีที่ดูแจ่มใส ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของการมองโลกในแง่ดี สีเหลืองจึงเหมาะกับสินค้าที่ต้องการความสดใส และยังเป็นอีกสีที่เหมาะกับการออกกำลังกาย หรือสินค้าที่ต้องใช้การกระตุ้น

   

4.สีชมพู

สีชมพูแสดงถึงความรู้สึกอ่อนหวาน นุ่มนวล เป็นผู้หญิง ความรัก เป็นสีที่ให้ความรู้สึกปลอบประโลมจิตใจและความรู้สึกภายในสงบ ในขณะเดียวกันก็ยังแสดงถึงความมีน้ำใจ การมีจิตใจที่กว้างขวาง ให้ความอบอุ่นและความทะนุถนอม ซึ่งถ้าหากมีสีชมพูอยู่รอบตัวจะแสดงถึงความรู้สึกปกป้อง สีชมพูจึงเหมาะกับสินค้าที่อ่อนโยน เช่น สินค่าเด็ก หรือสินค้าความงามต่างๆ

   

5.สีเขียว

สีเขียวคือสีธรรมชาติ ดูมีชีวิตชีวา ช่วยให้เรามีอารมณ์ร่วมกับสิ่งอื่นได้ง่าย สีเขียวจะช่วยทำให้บรรยากาศรอบข้างดูผ่อนคลายแสดงถึงความรู้สึกสดชื่น ชุ่มชื่น เย็นสบายและสบายตา ความสมดุล สีเขียวจึงเหมาะกับสินค้าที่เป็นแนวอนุรักษ์ สินค้าที่ทำมาจากธรรมชาติ แต่ควรระวังการเลือกสีออกแนว เขียวเหลือง เพราะเป็นสีที่แสดงถึงอาการเจ็บป่วย

   

6.สีน้ำเงิน

สีน้ำเงินคือสีที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือ แสดงอารมณ์ความสงบ สุขุม หนักแน่น และ หรูหรามีราคา สีน้ำเงินสื่อถึงความเป็นผู้ชาย แสดงถึงความละเอียดรอบคอบ และเป็นสีที่ส่งผลกับจิตใจได้ดีมาก สีน้ำเงินทำให้เรารู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ดังนั้นสีน้ำเงินจึงเป็นสีที่ช่วยในการนอนหลับอีกด้วย แต่ควรระวังอย่าให้สีน้ำเงินที่ใช้อยู่ในโทนที่ดำเกินไป เพราะนั่นจะแสดงถึงความโศกเศร้าแทน

   

7.สีฟ้า

สีฟ้าคือสีที่ให้ความรู้สึกสงบ เยือกเย็น แสดงถึงความอิสระ ปลอดโปร่งโล่งสบาย มีความนุ่มนวล และความปลอดภัย สามารถกำจัดอาการกระวนกระวายในใจได้ดี สีฟ้ายังสื่อถึงการรักษา การบำบัด เป็นสีแห่งสุขภาพและร่างกาย ดังนั้นจึงเหมาะกับสินค้าทางการแพทย์หรือสินค้าที่ส่งผลต่อสุขภาพ

   

8.สีขาว

สีขาวคือสีที่ให้ความรู้สึกสะอาด ปลอดภัย บริสุทธิ์ บ่งบอกถึงการปกป้อง ความเบาสบาย ช่วยบรรเทาอาการตกใจหรือหวาดวิตกได้ ช่วยชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ แสดงถึงพลังทางความคิดและจิตใจ เหมาะกับสินค้าแนวสุขภาพ สินค้าที่ต้องการเน้นภาพลักษณ์ที่ดูทางการและน่าเชื่อถือ

   

9.สีดำ

สีดำคือสีที่แสดงถึงความลึกลับ ดูน่าเกรงขาม ให้อารมณ์ถึงความสุขุม เรียบหรู คนส่วนมากมีความคิดว่าสีดำนั้นสื่อถึงความหมายด้านลบ แต่สีดำก็เป็นสีที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของสินค้า เพราะให้ความรู้สึกเท่ เรียบหรูและดูทันสมัย นิยมนำไปใช้กับสินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ชาย

   

10.สีทอง

สีทองคือสีที่คล้ายกับสีเหลือง ให้ความรู้สึกถึงพลังและความอุดมสมบูรณ์ ดูหรูหรา มีราคา โดยทั่วไปสีทองจะหมายถึงความมั่งคั่ง การให้พลัง และให้ความรู้สึกที่เหนียวแน่น ในแง่ของการออกแบบสีทองจะแสดงถึงความคลาสสิกและความพรีเมี่ยม เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการเน้นหรือโชว์ถึงคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาใช้ ให้ภาพลักษณ์ดูแพง ดูพรีเมี่ยม

    และนี้ก็คือการเลือกใช้สีให้เหมาะสมกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ สีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งในการออกแบบเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นก่อนที่เราจะออกแบบฉลาก โลโก้ หรือบรรจุภัณฑ์เราควรคำนึงถึงสีที่เราจะใช้ เพราะสีถือว่าเป็นองค์ประกอบที่ลูกค้าจะเห็นเป็นสิ่งแรกและเป็นจุดที่ดึงดูดสายตาให้คนสนใจในสินค้าของเรา ซึ่ง Never Seen Before เรารับออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ ที่มีผู้เชียวชาญในการออกแบบ โดยคำนึงถึงทุกองค์ประกอบของการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสีหรือองค์ประกอบต่างๆ หากต้องการออกแบบโลโก้หรือบรรจุภัณฑ์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลกับทาง Never Seen Before ได้ครับเรายินดีให้คำปรึกษา
Read
เคยสงสัยเคยสงสัยกันใช่ไหมครับว่า....ทำไมค่าออกแบบ Logo นี่มันแพงจัง ????? 

เคยสงสัยเคยสงสัยกันใช่ไหมครับว่า....ทำไมค่าออกแบบ Logo นี่มันแพงจัง ????? 

วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังครับว่า

ทำไมค่าออกแบบโลโก้นี่มันถึงแพงได้ขนาดนั้น

ก่อนอื่นผมจะแนะนำให้รู้จักกับ Neverseenbefore Cafe กันครับ

และนี่คือร้าน Neverseenbefore Cafe ของเราครับ

เห็นไหมครับว่าในทุกองค์ประกอของร้านของเรามี Logo อยู่

แม้กระทั่งในเมนูก็ยังสามารถมีโลโก้อยู่ครับ

. . . . . . ซึ่งนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้การออกแบบโลโก้มีราคาสูง

เพราะโลโก้เป็นสิ่งที่จะถูกคนจำมากที่สุด

เป็นหน้าตาของร้านค้า สินค้า หรือ ธุรกิจต่างๆ . . . . . .

ส่วนในเรื่องของการนำไปใช้งานให้คุ้มค่ากับราคา

ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ประกอบการว่า

อยากให้โลโก้ของเราเป็นที่จดจำมากน้อยขนาดไหน

. . . . . .

มาดูตัวอย่างเพิ่มเติมกันครับว่า

เราสามารถนำโลโก้ของเรา ไปใช้อะไรได้อีกบ้าง

. . . . . .

เริ่ม !!!!

อันแรกเป็นพื้นฐานสามารถเอาไปสกรีนลงกระเป๋า

เสื้อยืดหรือวัสดุที่สามารถสกรีนหรือพิมพ์ได้

ไปต่อครับ

สามารถนำไปทำเป็นลายบนเคสโทรศัพท์ก็ยังได้ครับ

ยังครับ ยังไม่หมด

เผื่อวันไหนอยากจะฟังเพลงด้วยลำโพงของตัวเองก็.......

สามารถทำได้เหมือนกันครับ

และสุดท้าย

ถ้าทั้งหมดข้างบนนั้นยังไม่เห็นภาพ

นี่ครับ เราสามารถทำได้แม้กระทั่ง กระเป๋าเป้สวยๆ

เห็นไหมครับว่า โลโก้ ที่ดีไม่เพียงแต่บอกว่าแบรนด์ของเราชื่ออะไร

ที่ต้องสามารถนำไปใช้ได้ในหลายๆ รูปแบบ

เพื่อสร้างการจดจำให้กับผู้บริโภคของเรามากขึ้น

ให้คุ้มค่ากับราคาที่เราต้องเสียไป

ถ้าคุณกำลังมองหาโลโก้ที่ดีและคุ้มค่าลองติดต่อเรามาสิครับ

: )

Read
ตำนานโลโก้ Apple กับ iPhone ที่หายไป(จากด้านหลัง)......

ตำนานโลโก้ Apple กับ iPhone ที่หายไป(จากด้านหลัง)......

สวัสดีค่ะ คาดว่าหลายๆคนคงได้เห็นโฉมหน้าและราคาของเจ้า iPhone 11 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นไงบ้างคะ ถูกใจกันไหมเอย สำหรับแอดแล้ว ถือว่าเจ๋งมากๆเลยกับ iPhone 3 กล้องรุ่นแรกตัวนี้ แต่เพื่อนๆชาว NVS สักเกตุกันไหมคะ ว่านอกจากสเปคล้ำๆแล้วเนี่ย เจ้า iPhone มีอะไรที่เปลี่ยนไปอีกจุด . . ใช่แล้วค่ะ Logo ด้านหลังนั้นเอง เพราะในรอบนี้ iPhone แตกต่างจากรุ่นก่อนตรงที่ Logo ไม่มีคำว่า iPhone แล้วนะจ๊ะ เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กที่ยิ่งใหญ่ ทำให้เป็นสไตล์มินิมอลกันเลยก็ว่าได้ วันนี้แอดเลยอยากจะนำ Logo ของเจ้า Apple ในยุคต่างๆมาให้ชมกันจ้า โลโก้ Apple จะเป็นโลโก้ที่มีลักษณะเป็นผลแอปเปิ้ลที่มีรอยแหว่งหนึ่งผล ปรากฎอยู่บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแอปเปิ้ล โลโก้แบบแรกเริ่ม หรือโลโก้ดั้งเดิมของแอปเปิลนั้น ถูกออกแบบขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1976 มีลักษณะเป็นภาพวาดลายเส้นของ เซอร์ไอแซก นิวตัน (Isaac Newton) ที่กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นแอปเปิล เพื่อสื่อให้เห็นว่าแอปเปิลนั้นเป็นเหมือนดั่งผลไม้แห่งปัญญา ด้วยฝีมือการวาดของ รอน เวนน์ (Ronald Wayne) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ล   ต่อมา Ronald Wayne ได้ถอนตัวออกจากบริษัท แอปเปิลจึงแก้ไขโลโก้แอปเปิลอีกครั้งโดยบริษัท Rigis McKena เป็นผู้ออกแบบ สตีฟ จ็อบส์ ได้บอกกับคนออกแบบโลโก้ใหม่นี้ว่า เขาอยากให้โลโก้ใหม่นั้นดูทันสมัยกว่าเดิม น่ารัก และจดจำได้ง่าย ได้เริ่มใช้โลโก้ใหม่นี้เมื่อต้นปี ค.ศ.1977 ถึงแม้ว่าในยุคนั้นโลโก้ของบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นแบบทูโทน หรือมีแค่ 2 สี แต่สตีฟ จ็อบส์ ก็เลือกเป็นแถบสีหลากหลายสี เพราะหน้าจอของ Apple II ก็เป็นจอสีด้วย   ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานโลโก้แอปเปิลสีรุ้งก็ได้ถูกยกเลิกไป แล้วเปลี่ยนจากสีรุ้ง มาเป็นดำล้วน เป็นสีขาวล้วนและดำล้วน หรือสีเงินแทน เนื่องจากในช่วงปีค.ศ.1997 สตีฟ จ็อบส์ได้กลับมากอบกู้บริษัทตัวเองอีกครั้งจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างรวมไปถึงโลโก้ เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์ใหม่ของแอปเปิลให้กลายเป็นที่จดจำของคนทั่วไป   โดยที่หลังจากยุคนั้น แอปเปิลเลือกเปลี่ยนรูปแบบของ Logo เพียงเล็กน้อยมาก เพียงใช้ themed ที่ต่างกันออกไป ดังเช่น   โลโก้ The monochrome-themed ถูกใช้บนแพคกิ้งและการโฆษณา ในปี 2003 โลโก้ The Aqua-themed ใช้ตั้งแต่ปี 2001- 2003 บนแพคกิ้งและการโฆษณาในเวอร์ชั่นแรกๆ ของ Mac OS X โลโก้ The Glass-themed ที่ดูเรียบแต่หรูหรา ใช้มาตั้งแต่ปี 2003 มาจนถึงปัจจุบัน   ซึ่งโลโก้แอปเปิลที่ Rob Janoff ออกแบบมา แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนสี แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือลักษณะอื่นๆ เลย และได้ถูกใช้มาจนถึงปัจจุบันนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นโลโก้ที่มีการยอมรับและมีเสียงชื่นชมเป็นจำนวนมาก ในเรื่องของการออกแบบแอปเปิลที่มีรอยแหว่งเพราะมันสื่อความหมายให้เข้าใจได้ง่าย นอกจากนั้น แบรนด์ของบริษัทแอปเปิลก็ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ที่มีผู้จดจำมากที่สุดในโลกอีกด้วย   เป็นไงบ้างคะ กับตำนาน Logo ของบริษัทสุดเจ๋งที่น่าจับตามอง เพราะไม่ว่าจะเปิดตัวรุ่นไหนๆมา Iphone ก็ถูกพูดถึงกันทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียวเสมอเลย แล้วเพื่อนๆชาว NVS ล่ะคะ คิดเห็นอย่างไรกับ iPhone 11 และ Logo Apple กันบ้าง บอกแอดกันมาบ้างนะคะ  
Read
ออกแบบอย่างไร ให้มงลงสุดในชั้นวาง ?

ออกแบบอย่างไร ให้มงลงสุดในชั้นวาง ?

เคยสังเกตกันไหมคะ..

ว่าทำไมบรรจุภัณฑ์สินค้าบางตัวถึงสวยมาก แต่ไม่โดดเด่น ?

เอ๊ะ แล้วแค่สวยมันไม่พอหรอ...

  สวยได้ไม่ผิด แต่ต้องถูกเลือกด้วยนะจ๊ะ เพราะทุกวันนี้ของสินค้าแต่ละตัวมีการแข่งขันที่สูงมาก ยกตัวอย่างเช่น ลองนึกถึงร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 นะคะ เพียงแค่ “น้ำเปล่า” น้ำใสๆธรรมดา ก็มีให้เลือกจนปวดหัวแล้ว เพราะฉะนั้นในยุคที่การแข่งขันสูงยิ่งกว่าตึกมหานครแบบนนี้ จะทำอย่างไรให้การออกแบบของเราโดดเด่นที่สุด !!   มันก็ต้องเจาะลึกที่คู่แข่งนั้นเองค่ะ... สิ่งที่ต้องคำนึงมีดังต่อไปนี้.... ไปดูกันเลยค่ะ   1 เริ่มที่ “ร้านค้า ช่องทางจำหน่าย” เราต้องรู้ให้แน่ชัดก่อนว่า สินค้าของเรา จะถูกวาง ตั้ง อยู่จุดไหน ชั้นไหน แบบไหนละ ?   เมื่อรู้ชั้นวางของสินค้าแล้ว เราก็จะพบ “คู่แข่ง” เอาไงดีคะ ? ไฟท์เลยไหม.... เดี๋ยวใจเย็นนะคะ เพราะคู่แข่งนี้แหละเป็นอีกสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงค่ะ 2 คู่แข่งของเราที่จะพบบนชั้นวาง สังเกตว่าสินค้าเหล่านั้นมีการสื่อสารอย่างไรบ้าง ใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดผู้บริโภค รวมถึงจุดนำสายตา ถ้าจะให้ดีให้เริ่ดที่สุด เราจะต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า สิ้นค้าเหล่านั้น มีข้อดีข้อเสียในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างไร   3 สุดท้ายก็คือ พฤติกรรมในการเลือกซื้อของกลุ่มเป้าหมายเรานั้นเอง เลือกจากจุดไหนกัน สีสัน ข้อมูล ภาพลักษณ์ ราคา หรือความสะดวก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสินค้าแต่ละประเภทและกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มนั้นเอง เอาล่ะค่ะ รู้แบบนี้แล้วก็ Ctrl+C ก็อปปี้เลยดีไหม .........เดี๋ยวก่อน อย่าลืมสิค่ะ ว่าเราต้องการให้สิ้นค้าเราโดนเด่น อ๋อ งั้นก็ทำให้ฉีกจากคู่แข่งไปเลยแล้วกัน ตรงข้ามกันให้สุดไปแล้ว ........หยุดก่อนค่ะ แหม่ ใจร้อนจริงๆ ขืนทำแบบนั้นผู้บริโภคเข้าใจผิดกันพอดี ที่ดิฉันจะบอกก็คือ เราจะต้องวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนนี้ เพื่อสร้าง “จุดเด่นและเอกลักษณ์” ของเราเพื่อสื่อวารให้ “ลูกค้าเข้าใจ” นะคะ   และที่สำคัญเลย จะดีมากหากเราทำ Mock-up เพื่อเปรียบเทียบสินค้า บนชั้นวางจริงๆไปสะเลยเราจะได้ตรวจสอบอีกด้วยว่า ข้อมูลที่สำคัญ จุดขายอยู่ด้านหน้า อ่านได้อย่างชัดเจนหรือไม่ ? สี และข้อความ อ่านได้ ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่ ?   รวมไปถึง เมื่อสินค้าถูกว่าอยู่รวมกันจำนวนมาก จะยังน่าสนใจอยู่หรือไมนั้นเอง
  ทั้งนี้ความสำคัญของข้อมูลก่อนการออกแบบจึงสำคัญมากๆ ดังนั้นแล้ว ถ้าคุณไม่อยากเจอปัญหาเหล่านนี้ วางใจให้เราดูแลคุณนะคะ ไม่ต้องกังวลเข้ามาคุยกันก่อนได้ค่ะ AE ที่นี้ น่ารักทั้งนั้น แล้วเจอกันนะคะ
Read
7 เหตุผลทำไม Design จึงสำคัญต่อการสร้างแบรนด์

7 เหตุผลทำไม Design จึงสำคัญต่อการสร้างแบรนด์

เราอาจเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “จะจ้างให้คนออกแบบทำไม ของมันดียังไงก็ขายได้” แต่ความจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหน่ะสิ เพราะหลายๆครั้ง ที่เราดูโฆษณา แล้วเกิดอยากกิน อยากได้ หรืออยากใช้ผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ทั้งๆที่เรายังไม่ได้ชิมหรือลองใช้เลยแท้ๆ นั้นเป็นเพราะการนำเสนอสินค้าและรูปลักษณ์หน้าตาสินค้าที่ดีไซน์ให้หน้าดึงดูด กระตุ้นให้ลูกค้า รู้สึกสนใจทิ่อยากจะเลือกหยิบสินค้าของเราไปลองใช้ ซึ่งทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องของบทความนี้ ว่าทำไมทุกสินค้า หรือทุกแบรนด์ ควรจ้างทีมออกแบบมืออาชีพมาออกแบบ Label และ Packaging เพื่อช่วยในสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ เราลองมาดูกันว่า 7 เหตุผล ทำไม Design เลิศ ถึงทำให้แบรนด์ปังได้ วันนี้ Never Seen Before จะมาเล่าให้ฟัง  

1. ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น

ลองนึกภาพตามหากผลิตภัณฑ์ของคุณวางบนชั้นวางสินค้า ที่มีสินค้าประเภทเดียวกันกับคุณเต็มไปหมดถ้า Packaging ดูไม่น่าสนใจ ลูกค้าจะไม่หยิบสินค้าของคุณขึ้นมาดู เพราะไม่มีความโดดเด่น บางคนอาจไม่ทันได้เหลียวมองด้วยซ้ำ ในทางกลับกันหาก Packaging ของคุณดูดี โดดเด่น เตะตาลูกค้าจะเป็นการเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าหยิบสินค้าขึ้นมาดูหรืออ่านรายละเอียดสินค้า ส่งผลให้มีโอกาสซื้อสูงขึ้นตามไปด้วยดังคำกล่าวที่ว่า “Packaging ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” นั่นเอง

 

2.สร้าความน่าเชื่อถือ

Packaging หรือ Label ที่ดีนั้นจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของคุณมากยิ่งขึ้น แพคเกจปิดมิดชิดทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย มีมาตรฐาน ให้ความไว้วางใจต่อแบรนด์ ทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้นและยังทำให้ห้างร้านหรือร้านต่างๆมั่นใจ และให้โอกาสเราในการวางขายบนชั้นวางอีกด้วย

 

3.กระตุ้นความอยากซื้อ

เคยไหม? ที่อยากซื้อของบางอย่างแค่เพราะกล่องสวย ดูดี เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยซื้อด้วยเหตุผลนี้กันอย่างแน่นอน เพราะว่าการออกแบบที่ดีนั้นจะช่วยกระตุ้นความอยากซื้ออยากได้ของลูกค้า ซึ่งเป็นด่านแรกที่สินค้าทุกตัวต้องเอาชนะใจลูกค้าให้ได้ ส่วนถัดมาก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและสรรพคุณว่าจะตอบโจทย์ผู้ใช้มากน้อยเพียงใด

 

4.ดูพรีเมี่ยมกว่า

การดีไซน์ไม่ใช่แค่ออกแบบลวดลายให้สวยงามแตกต่างจากฉลากธรรมดา แต่ยังเป็นการใส่ลูกเล่นให้กับ Packaging ให้ดูแปลกตา น่าสนใจมากขึ้นอีกด้วย เช่น เพิ่มความนูนเฉพาะจุด เพื่อเน้นบางส่วน ขัดเงา ผิวด้านหรือสีทอง สีเงิน ล้วนแล้วแต่ทำให้สินค้าของคุณดูพรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าแทบทุกแบรนด์ในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ใช้เคล็ดลับนี้ด้วยกันทั้งสิ้น

 

5.ลูกค้าจดจำง่าย

การออกแบบ Packaging ที่ดีโดยมืออาชีพจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์บนตัวสินค้าให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นทำให้เวลาบอกต่อ แนะนำคนอื่นให้ไปซื้อ นั้นทำได้ง่าย ส่งผลต่อยอดขาย อย่างที่เราสามารถจำแบรนด์บางแบรนด์ได้ จากแค่การเห็นสัญลักษณ์ หรือโลโก้ เช่น ตัว M โค้ง นั้นคือ แมกโดนัลด์ หรือ กล่องคุกกี้สีแดงที่มีทหารถือปืน นั้นก็คือคุกกี้อิมพิเรียลหรืออาเซนอล ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดภาพจำทำให้แบรนด์คุณเป็นที่รู้จักได้ไวและโตเร็วมากยิ่งขึ้น

 

6.จุดกระแส

อันนี้ส่วนใหญ่จะเห็นกับแบรนด์ใหญ่ๆ ที่มักพูดถึงดีไซน์ ที่แปลกตา หรือโดดเด่น จนคนพูดถึง ยกตัวอย่างเช่นการออกแบบถังป๊อปคอนขนาดยักษ์ ที่บอกแล้วรู้เลย ว่าโรงหนังค่ายไหนมีขาย หรือกล่อง แมกโดนัลด์ สีแดงมีตัวเอ็มอยู่บนกล่อง กล่องคุกกี้อาเซนอล ที่แค่จับ หรือมองมุมไหนก็รู้ว่าคือแบรนด์นี้ หรือการออกแบบ Packaging สวยๆ ที่ช่วยให้คนจำและเป็นที่พูดถึง แบบ Viral ได้

 

7.รู้สึกดีกับตัวสินค้า

ลูกค้าจะรู้สึกภูมิใจในแบรนด์สินค้ารู้สึกกล้าถือโดยไม่อาย เหมือนเรากิน Starbucks แล้วให้ความรู้สึกหรูหราและดูดีมีระดับ กว่ากาแฟร้านอื่นๆ การออกแบบดีไซน์สินค้าผสมผสานกับการสร้างแบรนด์ จะทำให้ลูกค้านั้นจงรักภักดีต่อแบรนด์ หรือที่เรียกว่า Brand Loyalty ซึ่งช่วยส่งผลต่อการทำการตลาดของคุณให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

    และนี้คือ 7 เหตุผล ทำไม Design ถึงสำคัญ โดยจุดประสงค์ของเราอยากให้เจ้าของแบรนด์ให้ความสำคัญกับการออกแบบให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งค่าออกแบบนั้นไม่ได้มีราคาสูงอะไรเลย ถ้าเทียบกับสิ่งที่คุณจะได้รับกลับคืนมา จึงไม่อยากให้ออกแบบผ่านๆโดยไม่คิดให้ระเอียด ซึ่งเห็นได้จากตัวอย่างหลายๆแบรนด์ที่ขายไม่ออก ถึงขั้นต้องมาจ้างนักออกแบบมือชีพ ในการ Re-Packaging ใหม่ ซึ่งเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา อีกตั้งเท่าไหร่ที่ต้องมาเปลี่ยนของเก่าเป็นของใหม่ สู้ออกแบบ Packaging ให้ดีให้ปังตั้งแต่ครั้งแรกซะเลยดีกว่า    
Read
ทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละแบบมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง ?

ทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละแบบมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง ?

สินค้าและไอเดียแต่ละอย่างที่เราได้คิดค้นหรือออกแบบขึ้นมานั้น ถ้าต้องการเป็นผู้เดียวที่มีสิทธิในการผลิตและจัดจำหน่าย เราต้องยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาก่อน เผื่อเป็นการปกป้องสิทธิไม่ให้มีผู้ใดมาลอกเลียนแบบ หรือละเมิดสิทธิ รวมถึงเป็นการการันตีได้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีความใหม่ไม่เหมือนใครจริงๆ แต่ก่อนที่เราจะไปยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญานั้น เรามาดูความแตกต่างของทรัพย์สินทางปัญญากันก่อนดีกว่าว่าแต่ละสิทธิ์มีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้ Never Seen Before จะมาบอกให้รู้กัน      

 

1. สิทธิบัตรการประดิษฐ์

คือ หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองงานประดิษฐ์ในลักษณะทางวิศวกรรม องค์ประกอบ สูตร กรรมวิธี หรือระบบของงานประดิษฐ์และเน้นการประดิษฐ์ที่มีลักษณะของการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ไม่สามารถคิดค้นขึ้นโดยง่ายซึ่งสิทธิบัตรการประดิษฐ์จะมีระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปีนับตั้งแต่วันยื่นคำขอในส่วนของการต่ออายุสิทธิบัตรผู้ทรงสิทธิต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีเริ่มแต่ปีที่ห้าของอายุสิทธิบัตรและต้องชำระภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีที่สี่และชำระค่าธรรมเนียมรายปีต่อไปทุกปี        

2. อนุสิทธิบัตร

คือ หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อการคุ้มครองงานประดิษฐ์ในลักษณะทางวิศวกรรม องค์ประกอบ สูตร กรรมวิธี หรือระบบของงานประดิษฐ์ จะมีลักษณะคล้ายกันกับการประดิษฐ์ แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับเทคโนโลยีไม่สูงมาก หรือเป็นการประดิษฐ์ที่คิดค้นเพื่อการแก้ไขปัญหาเดิม ต่อยอด เพียงเล็กน้อย อายุการคุ้มครอง 6 ปี นับจากวันที่ยื่นจด และคุ้มครองในประเทศที่ยื่นจดเท่านั้น เจ้าของสิทธิสามารถยื่นต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี แต่ทั้งหมดไม่เกิน 10 ปี        

3. สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

คือ สิทธิที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองงานออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะตามกฎหมายกำหนดเป็นพิเศษ จะต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกต่างหรือยังไม่เคยมีการใช้มาก่อน เช่น รูปร่าง รูปทรง ลักษณะ ลวดลาย สี ของผลิตภัณฑ์ โดยให้สิทธิที่จะผลิตสินค้า และจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ จะมีระยะเวลาในการคุ้มครอง 10 ปี นับตั้งแต่วันยื่นคำขอ        

4. เครื่องหมายการค้า

คือ การคุ้มครองชื่อ ยี่ห้อ แบรนด์ ตราสินค้า เครื่องหมาย สัญลักษณ์ที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น เจ้าของมีสิทธิตามกฎหมายเพียงผู้เดียว เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้วจะมีอายุการคุ้มครอง 10 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียน และสามารถต่ออายุการคุ้มครองได้คราวละสิบปี        

  5. ลิขสิทธิ์

คือ การคุ้มครองงาน หรือความคิดสร้างสรรค์ งานวรรณกรรม, งานนาฎกรรม, งานศิลปกรรม, งานดนตรีกรรม, งานโสตทัศนวัสดุ, งานภาพยนตร์, งานสิ่งบันทึกเสียง, งานแพร่เสียงแพร่ภาพ และ งานอื่นในแผนกวรรณคดี การคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทยจะกำหนดให้มีอายุการคุ้มครอง 50 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ผลงานเสียชีวิต โดยงานที่สร้างสรรค์ต้องเป็นงานตามประเภทที่กฎหมายลิขสิทธิ์ให้คุ้มครอง โดยผู้สร้างสรรค์จะได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน   บริษัท Never Seen Before เป็นบริษัทที่รับออกแบบอัตลักษณ์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ เพื่อนำไปขอยื่นจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางปัญญา โดยการออกแบบของเราจะวิเคราะห์จากรูปแบบธุรกิจอย่างรอบด้าน พร้อมให้คำปรึกษา คำแนะนำเกี่ยวกับการออกแบบ โดยนักออกแบบมืออาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ ทั้งด้านออกแบบและการให้ความรู้เกี่ยวกับการขอรับความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
Read
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้ามีอะไรบ้าง ลองมาดูกันดีกว่า

เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้ามีอะไรบ้าง ลองมาดูกันดีกว่า

ปัจจุบันมีสินค้ามากมายหลายชนิดในท้องตลาด ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าก็คือ เครื่องหมายรับรองต่างๆที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคจะเกิดความเชื่อมั่นในตัวสินค้าได้จากเครื่องหมายรับรองมาตรฐานเหล่านี่นั่นเอง โดยการที่สินค้าจะได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานนั้น ตัวผู้ผลิตเองจะต้องผลิตสินค้าให้ผ่านเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล เรามาดูกันดีกว่าว่าเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสำหรับการผลิตที่เป็นที่ยอมรับในประเทศไทยนั้นมีอะไรบ้าง วันนี้ Never Seen Before จะมาบอกให้รู้กัน        

1 เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณอุตสหกรรม (มอก.)

เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือที่เราอาจจะคุ้นกับชื่อย่อ มอก. สำหรับเครื่องหมาย มอก. ผลิตภัณฑ์ต่างๆจะได้รับเครื่องหมายนี้เมื่อผ่านการรับรองว่ามีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่กำหนดมีความปลอดภัยสำหรับการใช้อุปโภค และบริโภค มีประสิทธิภาพคุณภาพสำหรับการใช้งานตามประเภทของผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยมาตรฐานการผลิตนี้จะมีการกำหนดคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ผลิตในการผลิตสินค้าที่ตรงตามมาตรฐาน เช่นจำนวนการผลิต คุณภาพของวัตถุที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต หรือการบรรจุหีบห่อ    

2 การรับรองมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice)

GMP คือหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากลที่มีการกำหนดขึ้นเพื่อให้การผลิตอาหารนั้น สะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพ โดยเน้นไปที่เรื่องของการขจัดความเสี่ยงต่างๆที่จะส่งผลเสียต่อผู้บริโภค โดยการรับรองมาตรฐาน GMP นั้นได้รับการรับความมั่นใจจากกลุ่มนักวิชาการด้านอาหารจากทั่วโลกแล้วว่าเป็นกระบวนการที่ทำให้การผลิตอาหารนั้นสะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพจริง เป็นข้อกําหนดขั้นตํ่าที่แต่ละโรงงานจะต้องต้องดําเนินการเพื่อให้ได้อาหารที่เหมาะสม    

3 การรับรองมาตรฐาน HACCP

HACCP คือระบบการวิเคราห์อันตราย และจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (Hazard Analysis and Critical Control Point) ถือเป็นระบบมาตรฐานที่จะเป็นหลักประกันให้กับผู้บริโภคว่ามีการควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปอย่างปลอดภัย ไม่มีสาร หรือสิ่งปนเปื้อนที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคปนเปื้อนไปในสินค้า โดยจะมีการตรวจสอบโรงงาน กระบวนการผลิตเพื่อให้ผ่านการรับรอง เพื่อจัดการคุณภาพด้านความปลอดภัย ซึ่งใช้ในการควบคุมกระบวนการผลิตให้ได้อาหารที่ปราศจากอันตรายจากเชื้อจุลินทรีย์ สารเคมี และสิ่งแปลกปลอมอย่าง เศษแก้ว หรือ โลหะ โดย HACCP ถือเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้สร้างความมั่นใจในอุตสาหกรรมอาหารทั้งโดยผู้ผลิต และผู้บริโภค และได้รับการยอมรับอย่างมากปัจจุบัน

 

4 เครื่องหมายมาตรฐาน Q

สำหรับสินค้าทางการเกษตร เครื่องหมายที่สามารถรังรองมาตรฐานได้ก็คือเครื่องหมายมาตรฐาน Q นี่เอง โดยเป็นเครื่องหมายที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาการแห่งชาติ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยการจะได้เครื่องหมาย Q มานั้น ทางผู้ผลิตจะต้องผ่านมาตรฐานตามการรับรองอื่นๆมาก่อน อย่างเช่น การปฏิบัติตามาตรฐานทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice ; GAP) การรับรองมาตรฐาน GMP และ HACCP โดยสินค้าจะได้รับการตรวจสอบคุณภาพอย่างเคร่งครัด โดยจะมีการตรวจสอบสารปนเปื้อนทั้งทางกายภาพ และชีวภาพ เช่นสารพิษตกค้าง สารปนเปื้น หรือสิ่งอันตรายอื่นๆที่จะส่งผลเสียต่อผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าสินค้าทางการเกษตรที่จะผ่านมาตรฐาน และได้รับเครื่องหมาย Q ได้นั้นจะได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเลยทีเดียว    

5 เครื่องหมายอาหารและยา (อย.)

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา Food and Drugs Administration สังกัดกระทรวงสาธรณสุของค์กรณ์ที่จะให้การรับรองผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยใช้ชื่อย่อที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในการรับรอง นั่นก็คือ (อย.) โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพในที่นี้ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็น ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง เครื่องสำอาง ยา อาหารเสริมต่างๆ รวมถึงอาหาร โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพเหล่านั้นต้องมีคุณภาพ มีมาตรฐาน และปลอดภัย เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องด้วยข้อมูลวิชาการที่น่าเชื่อถือ และมีความเหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภค ได้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย มีการปนเปื้นสารอันตรายต่างๆ    

6 เครื่องหมายมาตรฐานไอเอสโอ ISO

ISO คือมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพอย่างสากล ชื่อเต็มของ ISO คือ International Standardization and Organization หรือ องค์การมาตรฐานสากล หรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐาน โดยเน้นไปที่การจัดการในระบบการบริหาร วัตถุประสงค์หลักของ ISO ก็คือการส่งเสริมความร่วมมือในการกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต และขจัดข้อโต้แย้งทางการค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงการให้ความร่วมมือในการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ดังนั้นเครื่องหมาย ISO จึงเป็นการยอมรับในระดับสากล    

 7 เครื่องหมายมาตรฐานอาหารฮาลาล

เครื่องหมายฮาลาล คือเครื่องหมายที่ได้รับการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (The Central Islamic Committee of Thailand) เครื่องหมายที่คณะกรรมการฝ่ายกิจการฮาลาลของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดต่าง ๆ อนุญาตให้ผู้ผลิตนำมาประทับลงบนผลิตภัฒเพื่อเป็นการรับรองให้กับผู้นับถือศาสนาอิสลาม เพื่อให้สามารถอุปโภค บริโภคสินค้านั้นๆได้อย่างสบายใจ  
Read
ถุงกระดาษสุดชิค ถูกใจนักช้อป

ถุงกระดาษสุดชิค ถูกใจนักช้อป

สวัสดีค่ะ ชาว NVS ในยุคนี้เรื่องรักษ์โลกกำลังเป็นกระแสที่โด่งดังเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ก็ได้ลดใช้ถุงพลาสติก และยังทำให้ห้างสรรพสินค้าต่างๆเลือกงดใช้ถุงพลาสติกเช่นกัน ส่งผลทำให้ผู้บริโภค ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเราจึงจะต้องมีการออกแบบและพัฒนาถุงกระดาษให้สามารถเป็นถุงช้อปปิ้ง ที่อยู่ในรูปแบบของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถที่จะนำมาพัฒนาใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน   วันนี้ดิฉันจะขอนำเสนอไอเดียการออกแบบถุงกระดาษให้โดนใจนักช้อปปิ้ง ที่เราจะต้องอาศัยเทคนิคต่างๆ ดังต่อไปนี้ค่า...  
  • การออกแบบให้สวยงามเหมาะสมกับการใช้งาน
เราให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้บริโภค…ซึ่งไม่ได้มองหาเพียงแค่ความสะดวก แค่ยังคำนึงถึงภาพลักษณ์ที่ดูดี ถือแล้วไม่เชย นอกจากนี้ ถุงกระดาษที่ดีจะต้องทำหน้าที่แสดงตัวตนของแบรนด์ได้อีกด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่าสวยแต่มองไม่ออกว่าเป็นสินค้าของแบรนด์ไม่มีสิ่งที่แสดงถึงตัวตนของแบรนด์นั้นๆ  
  • ขนาดของถุงที่เหมาะสมกับสินค้า
เรื่องนี้เป็นอีกสิ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด ขนาดของถุง ส่งผลอย่างมากต่อความประทับใจของเหล่านักช็อป เพราะคงไม่มีลูกค้าท่านไหนที่อยากได้ถุงที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปจนถือลำบากแน่นอน ซึ่งขนาดของถุงนั้น จำเป็นต้องคำนวณจากขนาดของสินค้า ใหญ่พอที่จะใส่ชิ้นที่ใหญ่สุด และเล็กพอที่จะใส่ของชิ้นเล็กได้อย่างลงตัวพอดี   ถุงกระดาษจึงจะต้องมีความหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการที่ต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิดด้วย ฉะนั้น ในการออกแบบหรือจัดทำถุงกระดาษจะต้องให้ความสำคัญกับจุดนี้ด้วย เพราะมันเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากที่จะทำให้การใช้งานมันลงตัวและตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี  
  • การเลือกใช้วัสดุที่ดีและมีคุณภาพ
ถ้าเราเลือกใช้วัสดุที่ไม่ดีนำมาผลิตเป็นถุงกระดาษในแบรดน์สินค้า ส่งผลให้ถุงยับ ไม่ได้รูปทรง หรือสีที่ผิดเพี้ยนไป ร้ายที่สุด ถุงอาจขาดก่อนที่จะถึงเวลาอันเหมาะสม ถ้านำไปใช้งานจริงๆ แล้วเกิดไม่มีความคงทน ไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้ผู้ที่ใช้งานเกิดความไม่พอใจได้นะคะ เรื่องใหญ่แน่นอนแบบนี้   ฉะนั้น ควรที่จะต้องเลือกใช้วัสดุที่ดีและได้มาตรฐานเพื่อเป็นถุงกระดาษที่ดีและตอบโจทย์กับการใช้งานและสินค้าแต่ละประเภท   เพราะนอกจากการออกแบบแล้ว ดิฉันและทีม NVS ยังสามารถช่วยเหลือทุกท่าน ในการเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับงานนั้นๆ และความต้องการของลูกค้าอีกด้วย แน่นอนว่าจะต้อง คุ้มค่า ถูกใจ โดนใจทั้งนักช็อปและเจ้าของแบรนด์แน่นอนค่ะ
Read

"อะไรบ้างที่ควรมีอยู่บนบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม"

การออกแบบหน้าตาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามดูโดดเด่นสะดุดตานั้น เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค แต่อีกสิ่งที่สำคัญที่ ควรมีอยู่บนบรรจุภัณฑ์อย่างยิ่งเลย คือข้อมูลที่สำคัญ ที่บ่งบอกถึงตัวตนของผลิตภัณฑ์ว่าสินค้าที่เราจะขายคืออะไร มีอะไรดี ทำไมถึงเราต้องซื้อ ฉะนั้นวันนี้ Never Seen Bfore มีเนื้อหามาแนะนำให้ทุกคนได้ทราบถึงองค์ประกอบสำคัญที่ควรมีบนบรรจุภัณฑ์

 

1. ชื่อสินค้า

สิ่งแรกเลยที่ต้องมีบนบรรจุภัณฑ์ คือชื่อแบรนด์ของสินค้า ควรเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจดจำ ไม่ควรใช่หลายพยางค์เช่น เป๊ปซี่,โค้ก,ไวไว,มาม่า

   

2.ตราสินค้า

คือชื่อหรือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเรา ชื่อและสัญลักษณ์ที่ดีควรออกแบบให้มีความโดดเด่น และไม่เหมือนใคร เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจดจำเราได้ภายในครั้งแรกที่เห็นและครั้งต่อๆไป

   

3.รายละเอียดของสินค้า

ควรมีข้อมูลเบื้องต้นว่าสินค้าของเราคืออะไร เป็นประเภทไหน มีสรรพคุณอะไรบ้าง ราคา รสชาติ ข้อมูลควรจะเป็นเนื้อหาที่สั้น กระชับ เข้าใจง่ายและตรงประเด็น

 

 

4.รูปภาพประกอบสินค้า

ควรมีภาพประกอบที่ใช้แสดงให้เห็นถึงสินค้าว่าคืออะไร เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจในตัวสินค้ามากขึ้น อาจจะเป็นภาพสินค้าจริงหรือเป็นภาพกราฟฟิกขึ้นอยู่กับสินค้าแต่ละประเภทและความเหมาะสม

   

5.ส่วนประกอบของสินค้าและข้อมูลทางโภชนาการ  

ในยุคปัจจุบันก่อนจะตัดสินใจซื้ออะไรสักอย่าง ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับส่วนประกอบของสินค้า ซึ่งการแจกแจงรายละเอียดของส่วนประกอบสินค้าว่าทำมาจากอะไรและในอัตราส่วนเท่าไหร่จะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

   

6.คำเตือน หรือ ข้อควรระวังต่างๆ

การออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้นไม่ใช่ว่าเราจะใส่ตัวอักษรขนาดไหนตามใจชอบก็ได้ เพราะตามข้อกำหนด ตัวอักษรจะต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 2 ม.ม. และสินค้าบางประเภทหากมีส่วนประกอบของสารบางชนิด ที่ผู้บริโภคบางคนแพ้ จะต้องระบุให้ทราบอย่างชัดเจน เพื่อเป็นคำเตือน

   

7.ข้อแนะนำ/ขั้นตอนหรือวิธีใช้ของสินค้า

ตามข้อกำหนดของการออกแบบบรรจุภัณฑ์จะต้องมีข้อแนะนำ วิธีการใช้ ขั้นตอนต่างๆ ในการใช้สินค้า อย่างระเอียดเพื่อให้ ผู้บริโภคทราบถึง วิธีในการใช้สินค้านั้นๆและเข้าใจง่าย

   

8.เครื่องหมาย อ.ย.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา “อ.ย.” เป็นสิ่งที่ต้องมีบนบรรจุภัณฑ์เพื่อแสดงว่าสินค้าของผู้ผลิตมีความปลอดภัย และได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอีกทั้งยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคด้วย

   

9.ชื่อผู้ผลิตและจัดจำหน่าย

เป็นการบอกถึงบริษัทผู้ผลิตสินค้า หรือบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายว่ามีที่มาจากไหน เป็นของบริษัทใด ในรายละเอียดควรมีที่ตั้งโรงงานผลิตหรือโรงงานที่นำเข้าและเบอร์โทรติดต่อทางบริษัท

   

10.วันผลิต วันหมดอายุและปริมาณสุทธิ

เป็นข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นจะต้องมี เพราะจะช่วยเพิ่มความปอลดภัยให้ผู้บริโภค ในการซื้อสินค้าทั้งก่อนและหลังจากที่ซื้อสินค้า ว่าควรบริโภคก่อนวันไหน ในส่วนของน้ำหนักและปริมาณสุทธิ ก็เป็นอีกสิ่งที่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบบนบรรจุภัณฑ์

     
Read
5 วินาที ความประทับใจแรก ให้สินค้าของคุณ ปังสุด ในชั้นวาง

5 วินาที ความประทับใจแรก ให้สินค้าของคุณ ปังสุด ในชั้นวาง

สวัสดีค่ะ.... พบกันอีกแล้วนะคะทุกท่าน
  อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีนะคะ ว่าปัจจุบันมีสินค้ามากมายหลายชนิด และยี้ห้อนับร้อยนับพัน ให้ทุกท่านเลือกใช้ เลือกซื้อ เรียกได้ว่า เข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ละครั้ง เลือกกันจนปวดหัวเลยทีเดียว   แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ ให้สินค้าขอเรา ถูกเลือก แน่นอนว่า บรรจุภัณฑ์ ที่สวย หรูหรา เป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่จะทำให้สินค้าโดดเด่น   แต่ !! เท่านั้นพอแล้วหรอ ? (แน่นอนค่ะ ว่าไม่)   ดังนั้นวันนี้ ดิฉันมีเกมง่ายๆ เกี่ยวกับการเลือก ? ฉันอยากให้คุณดู สินค้าต่อไปนี้ . . . ภายในเวลา 5 วินาทีแรก “เท่านั้น” . . เลือกกับตอบคำถามตัวเองให้ได้ (ห้ามแอบดูเฉลยนะจ๊ะพี่จ๋า) . . . 5 วินาทีเท่านั้นนะคะ ห้ามโกงค่ะ . . . พร้อมแล้วใช่ไหมค่ะ . . ถ้าพร้อมแล้วก็... ไปค่ะ . 3 . 2 . 1 . . . . . . ข้อแรกจงเลือกว่า สินค้านี้คือสินค้าประเภทใด
  1. แชมพูสำหรับเด็ก
  2. น้ำดื่มอัดลม กลิ่นผลไม้
  3. น้ำยาทำความสะอาดพื้น
  4. เครื่องดื่มเกลือแร่
. . . . . . . . . . . . คำตอบก็คือตัวเลือก C ค่า สินค้าชิ้นนี้คือ น้ำยาทำความสะอาดพื้น เป็นไงบ้างค่ะ ตอบถูกกันไหมเอ่ย . . ถ้าคุณถูกคุณคือนักเลือกขั้นเทพ แต่ถ้าคุณผิด ไม่ต้องเสียใจค่ะ เพราะเชื่อหรือไม่ เพียง 20% เท่านั้น ที่ตอบคำถามนี้ถูก (หลังจากดูภาพภายใน 5 วินาที) . . . เอาล่ะค่า...เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มข้อต่อไปกันเลยดีกว่าคะ . . . เหมือนเดิมค่ะ 5 วิ เท่านั้น . . . 3 . 2 . . 1 . ภาพที่จะได้เห็นต่อไปนี้... จงเลือกว่า ภาพใดคือ “ขนม” . . เริ่ม !! . . . . คำตอบก็คือ ข้อ A นั้นเองคะ   ทั้งสองข้อเป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ ยังมีสินค้าอีกจำนวนมากในท้องตลาด ที่ขาดการสื่อสารถึงตัวสินค้าที่ชัดเจน   เพราะทุกวินาที มีค่าเสมอ จากผลสำรวจพบว่า.... ผู้บริโภคมักใช้เวลาเพียง 3 วินาทีในการมองและตัดสินใจเลือกสินค้าบนชั้นวาง . . ดังนั้นแล้วนอกจากความสวยงาม การออกแบบจำเป็นต้องคำนึงถึงการสื่อสารของสินค้าเช่นกันนะคะ และเพื่อจะทำอย่างไรให้สินค้าโดดเด่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์จึงต้องมีความชัดเจนและเรียบง่ายด้วย   ซึ่งนี้เป็นเพียงตัวอย่างแรกเท่านั้นนะคะ สำหรับสิ่งอื่นๆที่ต้องคำนึงอีก โปรดติดตามในหัวข้อถัดไปนะคะ สำหรับวันนี้ ขอบคุณค่า
Read
โลโก้ของเราควรจะใช้ภาษาอะไรดีน๊า......???

โลโก้ของเราควรจะใช้ภาษาอะไรดีน๊า......???

 

จากหัวข้อนี้.....https://www.neverseenbfore.com/content/แบบอักษรนั้น-สำคัญไฉน/

ทุกคนพอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ ว่าแบบอักษรสำคัญยังไง กับโลโก้

แต่ถ้าเราพูดถึง แบบอักษร หรือเรียกง่ายๆว่า Font

ก็เลี่ยงไม่ได้หรอกครับ ที่จะไม่พูดถึงเรื่อง.....เรื่อง.....เรื่อง !!!!

“ภาษา พลาซ่า” อ่าว ไม่ใช่ ผ่าม !!

เรื่อง ที่ ช้ ก้

ทำไมเราต้องมาอธิบายเรื่องนี้กัน

ก็เพราะว่าภาษาในโลกใบนี้มันมีหลากหลายภาษามากกกกกก

ซึ่งทุกภาษาก็มีความแตกต่างกัน

อย่างพวกเรา เป็นคนไทย เราใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลัก

เราก็จะมีความถนัดและ เข้าใจภาษาไทยได้ง่ายกว่าภาษาต่างประเทศ

ซึ่งนี่แหละเป็นที่มาของหัวข้อนี้

ผมขอถามพวกคุณหน่อยดีกว่า ว่า

คิดว่าในการเลือกภาษาใดภาษาหนึ่งมาใช้บนโลโก้เราควรจะเลือกจากอะไรกัน....?

.

. . . . .

เชื่อไหมละครับว่า มากกว่า 70% จะต้องตอบว่าภาษาอังกฤษ

หรือบางคนอาจจะตอบว่า ภาษารัก แง้ววววววว ~ ♥♥♥

   

ผมไม่ได้บอกว่า คำตอบของคุณผิดนะครับ อย่าเพิ่งตกใจ

จริงๆ การเลือกใช้ภาษาในโลโก้เนี่ยะ เราสามารถเลือกใช้ได้จากหลายปัจจัยมากๆ

แต่ปัจจัยหลักๆ เลยก็คือ...

ผู้บริโภค หรือ Target ของเรานั้นแหละครับ

ผมจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ

   

ลองนึกภาพตามว่า

ถ้าเรากำลังจะทำน้ำพริกกุ้งเสียบขาย

ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักของเราเลยคือ...ชาวบ้านในหมู่บ้านข้างๆ

ที่เขาก็มีความเข้าใจในภาษาไทยมากกว่าภาษาต่างประเทศอยู่แล้ว

เราก็ควรจะเลือกภาษาที่เขาเข้าใจง่ายที่สุดก็คือ ภาษาไทย นั้นเอง

แต่ !!!

ในกรณีเดียวกันทำน้ำพริกกุ้งเสียบนี่แหละแต่ขายให้ นักท่องเที่ยวชาวจีน

คิดว่าเราควรจะเลือกภาษาอะไรมาใช้ดีครับ ?? . . . .

ถูกต้องครับก็คงจะต้องเป็น ภาษาจีน

ในกรณีแบบนี้ อาจจะไม่ได้ใช้เพียงภาษาเดียวในโลโก้

เราอาจจะต้องมีภาษาไทยกำกับ หรือ มีทั้ง จีน/ไทย/อังกฤษ กำกับเลยก็ได้

มันขึ้นอยู่กับ ปัจจัยที่ 2 นั้นก็คือ

สถานที่ขาย

เราต้องดูด้วยว่าเราจะนำไปวางขายที่ไหนบ้าง

ในกรณีนี้ถ้าเรานำไปวางขายตาม สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศ

เราก็ควรจะมีภาษาอังกฤษ และภาษาไทย กำกับไว้ด้วยเช่นกัน

เพราะคนที่ซื้อน้ำพริกกุ้งเสียบของเราก็ยังมีคนไทย และนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ อีกเหมือนกัน

  ­

สรุป...การเลือกใช้ภาษาในโลโก้นั้นขึ้นอยู่กับว่า

ภาษานั้น ดึงดูด Target หลักของเรามากขนาดไหน

ยิ่งดึงดูดได้มากผู้บริโภคก็จะสนใจสินค้าของเราหรือบริการของได้มากขึ้น

ทำให้โอกาสที่เขาจะซื้อหรือใช้บริการของเราก็มากขึ้นเช่นกัน

 

เดี๋ยว....ไว้ผมจะมายกตัวอย่างสนุกๆ ให้อ่านอีกนะครับ

ฝากติดตาม เรื่องราวดีๆ ฝากกด ซับสไค ไลก์ แชร์ เอ้ย !! ไม่ใช่

สามารถติดตามเรื่องราวดีๆ จากพวกเรา Neverseenbefore ได้เรื่อยๆ ครับ

แต่ถ้าคุณกำลังต้องการ โลโก้ + แพคเกจจิ้ง ที่ตอบโจทย์

ติดต่อพวกเราเข้ามาได้เลยครับผม

https://www.neverseenbfore.com/#contact

   

Read
คำเตือน ! ก่อนคิดจะออกแบบโลโก้ ควรศึกษาข้อควรระวัง

คำเตือน ! ก่อนคิดจะออกแบบโลโก้ ควรศึกษาข้อควรระวัง

ในการออกแบบโลโก้ให้มีเอกลักษณ์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องคำนึง ดังนั้น NEVER SEEN BFORE จึงได้รวบรวมข้อควรระวัง และสิ่งที่ควรคำนึงในการออกแบบโลโก้มาแนะนำกันครับ

 

1. ไม่ควรเลือกใช้ฟอนต์หลายแบบ

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงในการออกแบบโลโก้คือ โลโก้ควรมีความเรียบง่าย อ่านแล้วต้องเข้าใจภายในครั้งแรก อย่าพยายามเล่นตัวอักษรหลายแบบ อย่างมากควรมีไม่เกินสองแบบบนโลโก้ และต้องเป็นฟ้อนต์ที่โดดเด่นดูสะดุดตา ถ้าโลโก้มีมากกว่าสองฟ้อนต์จะทำให้งานออกแบบของคุณดูไม่เป็นมืออาชีพ และอาจเกิดการสับสนเวลาอ่านข้อความบนโลโก้ได้  

2. มีความซับซ้อนมากเกินไป

โลโกที่ดีควรออกแบบให้ง่ายต่อการจดจำและนำไปใช้ต่อได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากโลโก้มีความซับซ้อน ตัวหนังสืออ่านยากอาจจะไม่เหมาะกับการนำไปใช้กับสิ่งอื่น ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ หรือบนผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น การปักลายโลโก้บนเสื้อผ้า กระเป๋า

 

3. การเลือกใช้สี

สีของโลโก้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการสื่อสารมากที่สุด ไม่ควรเลือกใช้สีให้เยอะเกินไป สีที่ใช้ควรเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจ สีก็คือภาษาอย่างหนึ่ง เป็นภาษาที่ไม่มีตัวอักษรมีแต่ความรู้สึกและรับรู้ได้ เช่น ทำไมคนถึงเห็นสีแดงแล้วรู้สึกถึง พลังและความโกรธ เห็นสีฟ้าแล้วรู้สึกเศร้า นั่นเพราะสีมีการเชื่อมโยงกับความรู้สึกของผู้คนและทำให้ผู้คนรู้สึกและเข้าใจความหมายของงานออกแบบไปพร้อมกัน  

4. ไม่ควรใช้ภาพ Raster

ภาพ Raster ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอล หรือรูปทั่วๆ ไป การใช้ภาพ raster สำหรับโลโก้ไม่แนะนำให้เลือกเพราะมันสามารถทำให้เกิดปัญหากับการทำสำเนา เมื่อนำไปขยายจะทำให้ภาพแตก และยากที่จะแก้ไขดังนั้น ควรใช้ภาพแบบ Vector ดีกว่า เพราะสามารถยืดหดภาพได้ตามต้องการ โดยที่ภาพไม่แตก

 

5. ไม่ควรออกแบบด้วยการใช้ชื่อย่อของบริษัท

หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยของนักออกแบบมือสมัครเล่นคือพยายามที่จะสร้างตัวอักษรย่อของธุรกิจ เพราะเป็นการง่ายสำหรับงานออกแบบ แต่สำหรับออกแบบโลโก้ จำเป็นต้องสร้างการรับรู้และจดจำสำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นควรพยายามใช้ชื่อเต็มๆ      

ทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่นักออกแบบไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง และหวังว่าจะเกิดประโยชน์สำหรับนักออกแบบเพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาเป็นที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ และเป็นที่จดจำได้ง่ายสำหรับผู้บริโภค

Read
โลโก้แบบไหนที่เหมาะกับเรากันนะ ?

โลโก้แบบไหนที่เหมาะกับเรากันนะ ?

…อยากจะออกแบบโลโก้สักชิ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี วันนี้เรามีคำตอบมาให้

ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่า โลโก้มีกี่ประเภท แบบไหนดียังไงบ้างนะคะ

  เริ่มกันที่ แบบแรกกันก่อนนะคะ Wordmark คือโลโก้ที่ใช้ตัวอักษรหลายตัวมาเรียงกันเป็นโลโก้ไปตรงๆเลย เรียกอีกอย่างว่า  logotype บริษัทที่ใช้โลโก้ลักษณะนี้เช่น eBay, IBM, CNN, Google, Kleenex เป็นต้น ซึ่งข้อดีของเจ้าตัวนี้ก็คือจะทำให้คนได้อ่านชื่อแบรนด์ด้วย เหมาะกับแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่นั้นเองค่า     แบบที่สองก็คือ Letterform โลโก้ลักษณะนี้ การนำเอาตัวอักษรตัวเดียว มาประดิษฐ์ให้พิเศษน่าจดจำ เช่น Honda, Uber, Unilever, McDonald’s เป็นต้น มักมักถูกใช้กับแบรดน์ที่ชื่อแบรนด์ไม่ได้มีความหมายเฉพาะเป็นส่วนมาก     ต่อกันที่แบบที่สาม Pictorial เป็นโลโก้ที่มีลักษณะเป็นรูปภาพเชิงสัญลักษณ์ที่สามารถเห็นแล้วจดจำได้ง่าย เห็นแล้วรู้ว่าคือภาพอะไรทั้นที เช่น Starbucks, Twitter, และ Playboy นั้นเองค่ะ ซึ่งมีงานวิจัยออกมาว่าคนเราสามารถจดจำอะไรเป็นภาพได้ดีกว่าตัวอักษร ดังนั้นแล้ว โลโก้ในลักษณะนี้ยอมสร้างความจดจำ ให้คนนึกถึงได้ง่ายกว่า     และแบบสุดท้าย Abstract ตัวโลโก้ไม่ได้สื่อถึงสิ่งใดใดแต่สามารถจดจำได้ง่าย ดูแล้วเหมือนกับภาพศิลปะแบบนามธรรม แล้วแต่ว่าจะสื่อสารว่าเป็นภาพของสินไหน แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดที่ใช้โลโก้ลักษณะนี้ดูเหมือนจะเป็น Nike นั้นเองค่า ดังนั้นแล้ว รูปแบบนี้จึงเหมาะกับแบรนด์ที่อยากสร้างความโดดเด่น ไม่ซ้ำใครนั้นเองค่ะ    

รู้แบบนี้แล้ว เริ่มมีไอเดียในการสรรสร้างโลโก้ของตัวเองกันแล้วใช่ไหมคะ

ถ้าอยากได้โลโก้ที่ผ่านการคิดให้ตอบโจยท์เหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากที่สุด  

วางใจให้เราให้บริการคุณสิค่ะ จะได้ไม่ผิดหวังนะคะทุกคน

Read
แบบอักษรนั้น สำคัญไฉน...?

แบบอักษรนั้น สำคัญไฉน...?

เคยไหมคะ จะเลือกแบบ Font แต่ละที เสียเวลาไปเกือบทั้งวัน ก็ยุค 5G ตอนนี้ Font ใหม่ๆ สวยๆ เริ่ดๆเต็มไปหมดเลยนิคะคุณ

ไม่แปลกที่จะเลือกยากเป็นธรรมดา งั้นเรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่า Font แบบไหน ที่ใช่สำหรับเรา

เพราะแบบอักษรสื่อถึงอารมณ์และให้ความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งก็จะเหมาะสมกับธุรกิจต่างลักษณะกันด้วย

ขอยกตัวอย่างเคสเหล่านี้มาให้ศึกษากันนะคะ

1 แบบอักษรที่ใช้ใน โลโก้ สำนักกฎหมาย

ควรจะสื่อถึงความแข็งแกร่ง การตัดสินใจที่แน่วแน่ และชัยชนะ ซึ่งจะดีมากหากสามารถออกแบบให้มีลักษณะหนา ตรง และไม่มีองค์  ประกอบที่เลอะเทอะรกรุงรัง

แบบอักษรลักษณะนี้จะให้ความน่าเชื่อถือและความมืออาชีพกับธุรกิจของคุณ

2 แบบอักษร ที่ใช้ใน ร้านขนมหวาน

ควรจะใช้แบบอักษรในลักษณะที่สื่อถึงความเป็นเด็ก ความหวาน และความสนุกสนาน เพื่อสงเสริมภาพของธุรกิจให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

3 แบบอักษรที่ใช้กับ อุปกรณ์ไอที และเทคโนโลยี

มักพบว่า แบรนด์เหล่านนี้เลือกใช้ Font ที่ดู Smart มีความนำสมัย

เป็น Font ที่ไม่มีการตกแต่งมากเกินไป

4 แบบอักษรที่ใช้กับ โรงพยาบาล

มักเป็นแบบอักษรที่มีความน่าเชื่อถือและความมืออาชีพ ใกล้เคียงกับสำนักกฎหมาย เพียงแต่ต้องมีความจัดเจน อ่านและสื่อสารได้ง่าย เพื่อไม่ก่อให้เกิดความสับสนค่ะ

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้นเท่านั้น

เพราะยังต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายและคอนเซ็ปของแบรนด์ที่วางไว้เช่นกันจ้า

ถ้าไม่อยากพลาด ใช้ Font ที่ไม่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าของคุณ

วางใจเราให้เป็นผู้เลือกสรรให้สิคะ แล้วคุณจะไม่ผิดหวังแน่นวลค่า

Read